
พร้อมสำหรับการสังหารหรือยัง Vault Hunterการอัปเดตเวอร์ชัน 1.8 พร้อมให้คุณดาวน์โหลดแล้ว โดยจะนำเนื้อหาใหม่มากมายมาสู่ Kairos รวมทั้งการกลับมาของโหมด Circle of Slaughter ซึ่งเปิดให้เล่นฟรีสำหรับผู้เล่น Borderlands 4 ทุกคน ต่อไปนี้คือภาพรวมภาพรวมคร่าวๆ ของสิ่งที่เรามีในตอนนี้:
- แพ็กค่าหัว 3: A Zane to Kill For* จะวางจำหน่ายในรูปแบบ DLC แบบชำระเงิน โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วนซึ่งคุณสามารถซื้อแยกต่างหากได้:
- $5.99 สำหรับแพ็กค่าหัว 3: A Zane to Kill For (เนื้อหาและอุปกรณ์ใหม่)
- $5.99 สำหรับแพ็กค่าหัว 3: การ์ด Vault 3 (เครื่องตกแต่งและอุปกรณ์ใหม่)
- หากคุณเป็นเจ้าของ Borderlands 4 Deluxe Edition หรือ Super Deluxe Edition บน PlayStation 5, XBOX Series X|S หรือ Epic คุณจะเป็นเจ้าของส่วนเสริมทั้ง 2 ส่วนนี้ โดยคุณจะต้องไปที่หน้าร้านค้าของแพลตฟอร์มเพื่อหา DLC เหล่านี้และแลกรับหรือดาวน์โหลด
- Takedown at Hadron Abyss** มาถึงแล้ว และเปิดให้เล่นฟรีสำหรับผู้เล่น Borderlands 4 ทุกคนนี่คือความท้าทายช่วงท้ายเกมขั้นสุดยอด ซึ่งจะให้คุณฟันฝ่าสถานีวิจัยใต้น้ำที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์และสุดยอดนักล่าแห่งท้องทะเลสำหรับการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายขอการเรด คุณจะต้องเผชิญหน้ากับ Child of Terramorphous แบบตัวต่อตัว
- โหมด Circle of Slaughter กลับมาแล้ว และเปิดให้เล่นฟรีสำหรับผู้เล่น Borderlands 4 ทุกคน มาดูกันว่าคุณจะเอาชีวิตรอดจากฝูงศัตรูที่อันตรายขึ้นเรื่อยๆ ในบททดสอบสุดโหดที่เต็มไปด้วยความโกลาหลนี้ได้นานแค่ไหน
- ฟีเจอร์บันทึกข้ามแพลตฟอร์มจะเปิดให้ใช้งานแล้ว ทำให้คุณสานต่อการผจญภัยของ Vault Hunter บนแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่คุณมี Borderlands 4 ได้อย่างราบรื่น โดยใช้บัญชี SHiFT ฟรีโปรดดูรายละเอียดทั้งหมดที่หน้าสนับสนุนการบันทึกข้ามแพลตฟอร์ม
ในกรณีที่คุณพลาดเนื้อหา เรามีข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องนี้ในตอนล่าสุดของ Gearbox DevCast ซึ่งคุณสามารถดูรายละเอียดทั้งหมดที่นี่ ช่องทางดังกล่าวเป็นจุดที่เราแชร์แผนงานที่ได้รับการอัปเดต ซึ่งมีการเปิดเผยชื่อของแพ็กค่าหัว 4 "Murders & Acquisitions" ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งจะเปิดตัวในวันที่ 30 กรกฎาคม และเปิดเผยข้อมูลคร่าวๆ ของ Loveless the Hacker ซึ่งเป็น Vault Hunter คนใหม่ล่าสุดของเราที่จะมายัง Borderlands 4 โดยเป็นส่วนหนึ่งของ DLC แพ็กเนื้อเรื่อง 2*** แบบชำระเงินที่จะเปิดตัวในช่วงต้นเดือนกันยายนแต่ตอนนี้ เรามาเข้าสู่เรื่องการกลับมาอย่างเหนือความคาดหมายของ Circle of Slaughter กัน

โหมด Circle of Slaughter
เซอร์ไพรส์ Vault Hunter โหมด Circle of Slaughter กลับมาแล้ว เพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนๆ ที่ต้องการให้เพิ่มเนื้อหาช่วงท้ายเกมของ Borderlands 4 เราจึงได้ปรับปรุงโหมดยอดนิยมของ Borderlands 3 ใหม่ และยกระดับโหมดดังกล่าวให้เหมาะสมกับการเปิดให้เล่น Borderlands 4หากคุณแกร่งพอที่จะผ่านโหมดการทดสอบสุดโหดแบบเป็นละลอกนี้ คุณจะมีโอกาสพบสมบัติประกายมุกและสมบัติระดับตำนาน
ผู้เล่นทุกคนจะสามารถทดสอบฝีมือในโหมด Circle of Slaughter ได้ เมื่อพวกเขาทำภารกิจในเนื้อเรื่องหลัก "Wrath of the Ripper Queen" สำเร็จแล้ว ซึ่งจะปลดล็อกการเข้าไปที่ Moxxi's Bottoms Up!บาร์ใน Cardcadia Burn ที่มุมหนึ่งของบาร์ คุณจะพบกับตู้อาเขตส่วนตัวของ Zane รวมถึงเครื่อง Silent Crisis: Time Scope 5 เมื่อคุณพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับฝูงศัตรูสุดโหด ให้โต้ตอบกับตู้ Silent Crisis: Time Scope 5 ซึ่งจะทำการ Digistruct คุณเข้าสู่เวที Circle of Slaughter ในโลกเสมือนจริง
โหมด Circle of Slaughter จะมีอยู่ด้วยกัน 5 รอบ โดยแต่ละรอบจะมีศัตรู 3 ระลอก และในระลอกที่ 3 เกมจะเพิ่มความยากด้วยการปล่อยบอสเข้ามาผสมกับศัตรูที่คุณเผชิญหน้า หากคุณเอาชนะรอบนั้นไปได้ คุณจะพบกับการตัดสินใจเกี่ยวกับความเสี่ยง/รางวัลแบบคลาสสิกที่ยากจะเลือกคุณสามารถรับรางวัลและออกจากการเล่นได้โดยการก้าวเข้าไปในห้องรางวัล ซึ่งปืนใหญ่สมบัติจะยิงไอเทมระดับตำนานและระดับประกายมุกต่างๆ ลงมา (รวมถึงไอเทมที่ดรอปจากแพ็กค่าหัว 3: A Zane to Kill For หากคุณมี)หรือคุณสามารถไปยังรอบถัดไปที่ยากขึ้นไปอีกเพื่อลุ้นรับปืนใหญ่สมบัติที่ดีกว่าเดิม พร้อมกับความเป็นไปได้และน่าหวั่นใจว่าคุณอาจสูญเสียทุกอย่าง หากคุณไม่รอดจากฝูงศัตรูระลอกต่อไป
การตัดสินใจเป็นของคุณ ทั้งนี้ โหมด Circle of Slaughter ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ที่เล่นซ้ำได้ ดังนั้นคุณจะมีโอกาสไม่จำกัดในการไล่ล่าสมบัติใหม่และพัฒนาสไตล์การเล่นของคุณ เพื่อพิสูจน์ว่าคุณจะสามารถผ่านโหมดนี้ออกไปได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
การปะทะกันแบบมัลติเพลเยอร์ใน Circle of Slaughter
แย่แล้ว คุณถูกสังหารใน Circle of Slaughter และปล่อยให้เพื่อนๆ ในปาร์ตี้เอาตัวรอดกันเองไม่ต้องกังวล ความตายไม่ได้ทำให้ความสนุกจบลง เนื่องจากการตายในโหมดผู้เล่นหลายคนจะทำให้คุณไปอยู่ในห้องคนแพ้ เพื่อให้คุณส่งเสียงเชียร์เพื่อนร่วมทีมจากข้างสนามแต่คุณไม่ใช่แค่ผู้ชมที่นั่งดูอยู่เฉยๆ ต้องขอบคุณสวิตช์พิเศษในห้องคนแพ้ที่จะทำให้คุณสามารถช่วยหรือกลั่นแกล้งเพื่อน Vault Hunter ของคุณได้
เพิ่มความมั่นใจให้กับเพื่อนร่วมทีมด้วยการโปรยเศษกระดาษสีสันสดใสโยนมิตรภาพทิ้งไป แล้วถล่มเพื่อนๆ ด้วยของเสีย เพื่อทำให้พวกเขาอับอายที่ปล่อยให้คุณสิ้นชีพ คุณยังสามารถติดตั้งลำกล้องธาตุในสนามรบ ซึ่งสามารถช่วยหรือขัดขวางพันธมิตรของคุณได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเล็งและการบอกตำแหน่งของคุณ
สวิตช์ที่ทรงพลังที่สุดในห้องคนแพ้จะเป็นการเสกศัตรู Badass ให้ปรากฏขึ้นในสนามประลอง หากเพื่อนร่วมทีมที่ยังอยู่ในการต่อสู้สามารถสังหารศัตรูดังกล่าวได้สำเร็จ คุณจะถูกปล่อยตัวจากห้องคนแพ้เพื่อกลับเข้าร่วมการต่อสู้ที่สุดแสนวุ่นวายได้ทันทีหากศัตรู Badass กำจัดปาร์ตี้ของคุณและจบการเล่นโดยไม่มีสมบัติใดๆ ติดมือออกมา คุณอาจจะโดนล้อเรื่องนี้ไปอีกนาน... แต่วายร้ายที่แท้จริงในโหมดร่วมมือกันเล่นอาจจะสะใจไปกับความอัปยศที่ไม่อาจลืมเลือน
เพื่อให้สอดคล้องกับระบบมัลติเพลเยอร์แบบเข้าและออกได้อิสระของ Borderlands 4 การเข้าร่วมโหมด Circle of Slaughter จะทำให้คุณปรากฏตัวในแผนที่ หากอยู่ระหว่างรอบการเล่น หรือเข้าไปอยู่ในห้องคนแพ้ หากทีมกำลังต่อสู้กับเวฟของศัตรูอยู่
วิธีเริ่มแพ็กค่าหัว 3: A Zane to Kill For
แพ็กค่าหัว 3 จะแบ่งเป็นสองส่วนซึ่งคุณสามารถซื้อแยกต่างหาก ได้แก่ เนื้อหาเนื้อเรื่องและอุปกรณ์ใหม่จาก A Zane to Kill For และของตกแต่งและอุปกรณ์ใหม่จากการ์ด Vault 3 โดยหากคุณเป็นเจ้าของ Borderlands 4 Deluxe Edition, Super Deluxe Edition หรือชุดรวมแพ็กค่าหัว คุณจะได้รับแพ็กค่าหัว 3 ทั้งสองส่วน (A Zane to Kill For และการ์ด Vault 3)
หากคุณเป็นเจ้าของแพ็กค่าหัว 3 ตัวใดตัวหนึ่งบน PlayStation 5, XBOX Series X|S หรือพีซีผ่าน Epic คุณจะต้องไปที่หน้าร้านค้าของแพลตฟอร์มเพื่อหา DLC เหล่านี้และแลกรับหรือดาวน์โหลดนอกจากนี้คุณยังสามารถลองเริ่มภารกิจ A Zane to Kill For (รายละเอียดด้านล่าง) ซึ่งจะเป็นการเปิดลิงก์ตรงสำหรับแลกหรือดาวน์โหลดเนื้อหาแพ็กค่าหัว 3 ที่คุณเป็นเจ้าของบนแพลตฟอร์มของคุณ หากคุณมีแพ็กค่าหัว 3 ตัวใดตัวหนึ่งบนพีซีผ่าน Steam ให้รีสตาร์ทไคลเอ็นต์ Steam ของคุณ และคุณจะได้รับและดาวน์โหลดเนื้อหาใหม่นี้โดยอัตโนมัติ

เมื่อคุณเป็นเจ้าของเนื้อหาเรื่องราว "แพ็กค่าหัว 3: A Zane to Kill For" คุณสามารถเริ่มภารกิจดังกล่าวได้โดยการโต้ตอบกับโทเค็นอาเขตบนกระดานค่าหัวเช่นเดียวกับ Circle of Slaughter คุณจะต้องทำภารกิจของเนื้อเรื่องหลัก "Wrath of the Ripper Queen" ให้สำเร็จ เพื่อจะสามารถเข้าสู่ Moxxi's Bottoms Up! ได้บาร์ใน Cardcadia Burn เมื่อคุณปลดล็อกบาร์แล้ว คุณจะพบโทเค็นเริ่มต้นภารกิจบนกระดานค่าหัวในพื้นที่ศูนย์กลางหลัก ซึ่งจะปรากฏบนแผนที่ ECHO ว่าเป็นภารกิจใหม่
วิธีเริ่มต้น Takedown at Hadron Abyss
เช่นเดียวกับการเผชิญหน้ากับบอสในการบุกอย่าง Bloomreaper หรือ Subjugator และ Thol ผู้ไร้เทียมทาน ภารกิจ Takedown at Hadron Abyss ได้รับการออกแบบให้เป็นความท้าทายช่วงท้ายเกมสุดยิ่งใหญ่ ดังนั้นคุณจะต้องเล่นแคมเปญหลักให้จบก่อนจึงจะรับมือการ Takedown ครั้งนี้ได้
หากคุณพร้อมเผชิญหน้ากับความสยดสยองที่รออยู่ใต้ท้องทะเลลึก คุณสามารถเริ่มภารกิจ Takedown ที่ Hadron Abyss ผ่านกระดานการบุกที่พบได้ในพื้นที่ศูนย์กลางหลักของ Kairos แม้ว่าจะไม่ใช่ข้อกำหนด แต่เราขอแนะนำให้คุณมีเลเวลอย่างน้อย 50 ก่อนที่จะเข้าร่วมการบุกสุดท้าทายนี้ เนื่องจากคุณจะต้องมีบิลด์ที่แข็งแกร่งและทักษะที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเพื่อให้สามารถเอาชีวิตรอดได้
เช่นเดียวกับการต่อสู่ทั่วไปของ Borderlands 4 พลังชีวิตและดาเมจของศัตรู มินิบอส และลาสบอสที่รอคุณอยู่ใน Takedown at Hadron Abyss จะปรับระดับตามขนาดและเลเวลของปาร์ตี้คุณ คุณควรเตรียมรับมือกับการโจมตีอย่างหนัก ไม่ว่าคุณจะเข้าร่วมการบุกแบบลุยเดี่ยวหรือแบบร่วมมือก็ตาม โดยผู้ที่ลุยเดี่ยวจะพบกับความยากลำบากเป็นพิเศษในการจัดการกับฝูงศัตรูจำนวนมหาศาลในการเผชิญหน้าแต่ละครั้งหากคุณต้องการเพิ่มความท้าทายให้มากขึ้น คุณสามารถเปิดใช้งานระดับ Mayhem หรือโหมด Hardcore ที่มีชีวิตเดียวได้ โดยดูรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับโหมดที่ท้าทายเหล่านี้ได้ในบทความเปิดตัว Takedown at Hadron Abyss
ต่อไปนี้คือภาพรวมของสมบัติใหม่ที่คุณสามารถหาได้ โดยมีบางชิ้นที่จะดรอปเฉพาะเมื่อกำจัดมินิบอสและลาสบอส "Child of Terramorphous" ลงได้:
- อาวุธ Pearlescent ใหม่ 1 ชิ้น:
- Shark Bait (ปืนลูกซอง Tediore): การสร้างความเสียหายแก่ศัตรูจะสะสมสแต็ก Chum และเมื่อคุณสะสมสแต็กได้มากพอ ศัตรูจะระเบิดและสร้างความเสียหายเพิ่มเติม
- อุปกรณ์ระดับตำนานใหม่ 9 ชิ้น:
- Ishmael (ปืนสไนเปอร์ไรเฟิล Order): ยิงฉมวกที่ทำให้เป้าหมายติดสถานะเลือดออก เพื่อสร้างความเสียหายเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
- Shoals (ปืนพก Jakobs): การโจมตีคริติคอลจะสร้างดาเมจกระจาย และการแฉลบจะสร้างคลื่นพลังที่สร้างความเสียหาย
- Marshall's Claw (ปืนสไนเปอร์ไรเฟิล Maliwan): ยิงกระสุน 3 นัดในการยิงแบบเป็นชุด 5 นัด โดยอัตราการยิงจะเพิ่มขึ้นในแต่ละนัด
- Swan Song (ปืนลูกซอง Daedalus): การสังหารด้วยการยิงหลักจะทำให้ปืนยิงกระสุนปืนใหญ่แบบระเบิดออกมาจากใต้ลำกล้อง
- Fishward (ปืนไรเฟิลจู่โจม Jakobs): การโจมตีเป้าหมายของคุณจะสร้างกระสุนปลาที่จะแหวกว่ายแบบโซเซเข้าหาศัตรูที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งจะเพิ่มดาเมจแบบสะสมให้กับแม็กกาซีนถัดไปของคุณเมื่อสังหารศัตรูได้
- Little Sister (โล่ Tediore): เมื่อโล่นี้ชำรุด โล่จะเรียกโดรนที่จะยิงศัตรูบในบริเวณใกล้เคียงเมื่อคุณโจมตีโดน โดยความเสียหายจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ตามดาเมจของอาวุธปัจจุบัน
- Vitae (ชุดซ่อม Jakobs): การโจมตีคริติคอลจะรักษาคุณในจำนวนที่กำหนด
- Ordinance (สรรพาวุธลูกระเบิด Tediore): ขว้างลูกระเบิดรูปหนังสือซึ่งจะกระจายหน้ากระดาษเพื่อสร้างความเสียหาย
- Draupner (สรรพาวุธอาวุธหนัก Order): ยิงกระสุนหลายนัดซึ่งจะสร้างกระสุนเพิ่มขึ้น และย้อนกลับมาหาคุณเมื่อโจมตีโดนศัตรู กระดอนจากพื้นผิว หรือครบระยะเวลาที่กำหนด
- ม็อดคลาสใหม่ 5 รายการ:
- Vault Hunter แต่ละคนจะมีม็อดคลาสเฉพาะตัวในรายการของดรอปใน Takedown at Hadron Abyssเมื่อ Vault Hunter คนที่หก Loveless the Hacker มาถึงที่ Borderlands 4 พร้อมกับแพ็กเนื้อเรื่อง 2* ในต้นเดือนกันยายน ม็อดคลาสเฉพาะตัวสำหรับ Loveless จะถูกเพิ่มเข้าไปในกลุ่มการดรอปไอเทมของ Takedown เดียวกันนี้ด้วย
มองไปข้างหน้า
ความท้าทายใหม่ๆ มากมายกำลังรอคุณอยู่ Vault Hunter รวมถึงเนื้อหาอื่นๆ อีกมากมายที่กำลังจะตามมาแพ็กค่าหัว 4: Murders & Acquisitions* จะมาถึงในวันที่ 30 กรกฎาคม พร้อมกับเวอร์ชัน 1.9 ตามด้วยแพ็กเนื้อเรื่อง 2***, แพ็กค่าหัว 5 และ Vault Hunter คนใหม่ล่าสุด "Loveless the Hacker" โดยทั้งหมดจะมาถึงในรูปแบบเนื้อหาที่ต้องชำระเงินในต้นเดือนกันยายนโปรดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหาใหม่อันน่าตื่นเต้นนี้ได้ใน Gearbox DevCast ตอนต่อไป
เพื่อเตือนความจำ หากคุณเป็นเจ้าของ Borderlands 4 Super Deluxe Edition คุณจะได้รับเนื้อหาทั้งหมดจากชุดรวมแพ็กค่าหัว (แพ็กค่าหัว 2, 3, 4 และ 5) และแพ็ก Vault Hunter (แพ็กเนื้อเรื่อง 1 และ 2) ในขณะที่หากคุณเป็นเจ้าของ Borderlands 4 Deluxe Edition คุณจะได้รับเฉพาะชุดรวมแพ็กค่าหัว แพ็กค่าหัวและแพ็กเนื้อเรื่องจะวางจำหน่ายแยกต่างหาก
**แพ็กค่าหัว 2/3/4/5 เป็น DLC หลังเกมเปิดตัวที่รวมอยู่ในชุดรวมแพ็กค่าหัวของ Borderlands 4 และจะรวมอยู่ใน Deluxe Edition และ Super Deluxe Edition ของ Borderlands 4 นอกจากนี้ยังสามารถซื้อแยกต่างหากได้ (ต้องมีตัวเกมหลัก) เราจะประกาศเวลาที่แน่นอนในการเปิดตัวแพ็กค่าหัวในภายหลัง และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด
**เนื้อหาต้องปลดล็อกผ่านการเล่น ผู้เล่นจะต้องเล่นแคมเปญเนื้อเรื่องหลักของ Borderlands 4 ให้จบก่อน
**แพ็กเนื้อเรื่อง 1 และ 2 เป็น DLC แบบชำระเงินหลังเกมเปิดตัว ซึ่งจะรวมอยู่ในแพ็ก Vault Hunter ของ Borderlands 4 และใน Borderlands 4 Super Deluxe Edition สามารถซื้อแยกได้ (ต้องมีตัวเกมหลัก)เวลาที่แน่นอนในการปล่อยแพ็กเนื้อเรื่องแต่ละตัวจะมีการประกาศในภายหลัง และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด







